Showing posts with label ทุนเยาวชน. Show all posts
Showing posts with label ทุนเยาวชน. Show all posts

Tuesday, May 18, 2010

ทุนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้านการเกษตร ระดับปริญญาตรี จำนวน 50 ทุน

ทุนจุฬา–พัฒนาเกษตรไทย ระดับปริญญาตรี จำนวน 50 ทุน

     หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดรับสมัครเพื่อคัดเลือกนิสิต โดยวิธีรับตรง (แบบพิเศษ) ปีการศึกษา 2554 จำนวน 50 คน รับสมัครตั้งแต่วันที่ 1-7 กันยายน 2553

คุณสมบัติผู้สมัคร

1.มีสัญชาติไทยหรือเป็นผู้ที่อยู่ในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎ หมาย

2.เป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประจำปีการศึกษา 2553

3.เป็นผู้ที่มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รวม 4 ภาคการศึกษาไม่ต่ำกว่า 2.75 ในแต่ละกลุ่มวิชา ดังนี้ กลุ่มวิชาภาษาไทย กลุ่มวิชาสังคมศึกษา กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ กลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ และรวมกันไม่ต่ำกว่า 2.00 ในแต่ละกลุ่มวิชา ดังนี้ กลุ่มวิชาภาษาอังกฤษ และกลุ่มวิชาอื่น

4.เป็นผู้ที่มีภูมิลำเนาและศึกษาอยู่ในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของ รัฐ หรือโรงเรียนที่คณะกรรมการศึกษาวิจัยทรัพยากรการเกษตร เห็นควรในเขตจังหวัดตามที่กำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีติดต่อกันนับถึงวันสมัคร โดยกำหนดเขตพื้นที่เป็นจังหวัดต่าง ๆ ดังนี้

เขตพื้นที่พิเศษ จังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ และพะเยา ซึ่งเป็นจังหวัดนำร่องรอบพื้นที่เป้าหมายการพัฒนาทรัพยากรการเกษตรของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีการพิจารณาให้ได้ทุนจุฬาฯ-พัฒนาเกษตรไทย ตามประกาศของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เขตพื้นที่ปรกติ ได้แก่จังหวัดอื่นนอกเหนือจาก 4 จังหวัดในเขตพื้นที่พิเศษ โดยผู้สมัครในเขตพื้นที่ปรกติที่ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาในจุฬา ลงกรณ์ มหาวิทยาลัย สามารถจะสมัครขอรับทุนการศึกษาอื่นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

5.เป็นผู้พร้อมจะเข้ารับการศึกษา และฝึกปฏิบัติในพื้นที่ต่างจังหวัดโดยเฉพาะที่จังหวัดน่านได้

6.ควรเป็นผู้ที่มาจากครอบครัวที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม

7.เป็นผู้ที่มีอุดมการณ์ที่จะทำงานในชนบทด้วยความเสียสละ

8.เป็นผู้ที่ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง หรือเป็นโรคที่สังคมรังเกียจ หรือโรคที่สำคัญที่จะเป็นอุปสรรตต่อการศึกษา

9.เป็นผู้ที่มีความประพฤติดีและรับรองต่อมหาวิทยาลัยได้ว่าจะตั้งใจศึกษา เล่าเรียนเต็มความสามารถ และยินยอมปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของมหาวิทยาลัยที่มีอยู่แล้ว หรือที่จะมีต่อไปโดยเคร่งครัดทุกประการ

หากปรากฏในภายหลังว่าผู้สมัครขาด คุณสมบัติในข้อใดข้อหนึ่ง หรือตรวจสอบพบในภายหลังว่าข้อความที่แจ้งไว้ในใบสมัครเป็นเท็จ หรือหลักฐานประกอบการสมัครเป็นเอกสารเท็จหรือปลอม ผู้สมัครจะถูกเพิกถอนสิทธิ์ในการคัดเลือกครั้งนี้ แม้ว้าผู้สมัครจะได้สมัครหรือได้ผ่านการคัดเลือกแล้วก็ตาม นอกจากนี้ ผู้สมัครยังอาจถูกดำเนินคดีอาญาตากฎหมายอีกด้วย


หลักฐานประกอบการสมัคร


1.ใบ สมัครคัดเลือกเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยวิธีรับตรง (แบบพิเศษ) ปีการศึกษา 2554 พร้อมติดรูปถ่ายจำนวน 1 รูป (รูปถ่ายขนาด 3×4 ซม. เป็นรูปหน้าตรงไม่สวมหมวกและแว่นตาดำ ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน)


2.เอกสารประกอบการสมัครซึ่งกรอกรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว (สามารถดาวน์โหลดได้จาก http://www.atc.chula.ac.th และ http://www.admissions.chula.ac.th)


3.สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียนเฉลี่ยสะสมในระดับชั้นมัธยมศึกษาป ีที่ 4-5 รวมภาคการศึกษาที่สถานศึกษาออกให้ พร้อมประทับตราโรงเรียน


4.สำเนาบัตรประจำตัว ประชาชน (ถ่ายเอกสารหน้า-หลังให้อยู่ในหน้าเดียวกัน พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง)


5.สำเนาบัตรประจำตัวนักเรียน (ถ่ายเอกสารหน้า-หลังให้อยู่ในหน้าเดียวกัน พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง)


6.สำเนาทะเบียนบ้าน (พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง)


7.สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (เฉพาะในกรณีที่ชื่อ-นามสกุลในเอกสารการสมัครไม่ตรงกัน พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง)


8.หนังสือรับรองการเป็นนักเรียนและความประพฤติจากสถานศึกษาที่กำลังศึกษา


9.ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลของ รัฐหรือโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งออกให้ไม่เกิน 1 เดือน
กรณีผู้สมัครในเขตพิเศษ ต้องมีหนังสือรับรองเงินเดือนของบิดา/มารดา ผู้ปกครอง (กรณีมีรายได้ประจำ) และหรือเอกสารอื่น ๆ ที่แสดงรายได้ พร้อมลงนามรับรองเอกสารทุกฉบับ

ทุนการศึกษา


     คณะกรรมการดำเนินการรับนักเรียนของคณะกรรมการการศึกษาวิจัยทรัพยากรการเกษตร จะพิจารณาผลคะแนนสอบ ข้อมูลจากใบสมัคร หลักฐานประกอบการสมัคร และหากเห็นสมควรให้มีการตรวจสภาพเกี่ยวกับฐานะความเป็นอยู่ของครอบครัวผู้สมัคร โดยคณะกรรมการดำเนินการรับนักเรียนของคณะกรรมการการศึกษาวิจัยทรัพยากรการเกษตร จะปฏิบัติการตรวจสภาพข้อเท็จจริงโดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โดยสามารถกระทำได้ตลอดเวลาทั้งก่อนและหลังการรับเข้าศึกษาแล้ว ถ้าหากพบว่ามีการปกบิดข้อมูลใด ๆ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีสิทธิ์ยกเลิกการให้ทุน หรือพ้นสภาพการเป็นนิสิตได้

สิทธิ์ที่ได้รับทุนจุฬาฯ-พัฒนา เกษตรไทย

ทุนประเภท ก. จะได้รับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ดังนี้

1.ได้รับค่าอาหารและใช้จ่ายส่วนตัว ประจำเดือน ๆ ละ 4,000 บาท ปีละ 10 เดือน


2.ได้ รับค่าอุปกรณ์การศึกษา ภาคการศึกษาละ 1,500 บาท ปีละ 3,000 บาท


3.ได้ รับค่าเครื่องแต่งกาย ภาคการศึกษาละ 1,000 บาท ปีละ 2,000 บาท


4.ได้รับค่าใช้ จ่ายอื่น ๆ ได้แก่ ค่าเล่าเรียน ค่าหอพัก ค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น


ทุนประเภท ข. จะได้รับเช่นเดียวกับทุนประเภท ก. ยกเว้นค่าอาหารและใช้จ่ายส่วนตัว


     หมายเหตุ ผู้ที่ได้รับทุนจุฬาฯ-พัฒนา เกษตรไทย จะต้องทำสัญญาการรับทุนจุฬาฯ-พัฒนาเกษตรไทย กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะต้องไปปฏิบัติงานในเขตพื้นที่พิเศษจังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ หรือพะเยา ซึ่งเป็นจังหวัดนำร่องรอบพื้นที่เป้าหมายการพัฒนาทรัพยากรการเกษตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นระยะเวลา 3 ปี

     การสมัคร เมื่อกรอกใบสมัครทาง http://www.atc.chula.ac.th แล้ว ชำระค่าธรรมเนียมการสมัครส่งใบสมัครและเอกสารการสมัครทางไปรษณีย์ที่โครงการ รับตรง ปีการศึกษา 2554 หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตร โดยวิธีรับตรง ศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาคารจามจุรี 8 ชั้น 3 ถนนพญาไทย เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

ที่มา:http://www.moe.go.th

Saturday, May 15, 2010

ทุนแลกเปลี่ยน AFS 1ปี รุ่นที่ 50

AFS ประเทศไทยกำลังเปิดรับสมัครเพื่อคัดเลือกโครงการเยาวชนเอเอฟเอสเพื่อการศึกษาและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนานาชาติ ระยะเวลา 1 ปี รุ่นที่ 50 พ.ศ.2554-2555 เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 17-28 พฤษภาคม 2553
คุณสมบัติผู้สมัคร

1.สัญชาติไทย

2.ต้องเกิดระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน 2536 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2538

3.กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3-4-5 หรือเทียบเท่า และต้องกำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาในประเทศไทยที่กระทรวงศึกษาธิการรับรอง วิทยฐานะ ตั้งแต่สมัครเข้าร่วมโครงการจนกระทั่งเสร็จสิ้นการเข้าร่วมโครงการ

4.ต้องเป็นผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนไปต่างประเทศ ที่มีระยะเวลา มากกว่า 6 เดือน หากเคยพำนักอยู่ในต่างประเทศต้องกลับมาพำนักในประเทศไทย และกำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 1 ปี

5.เ ป็นผู้ที่มีความประพฤติดี

6.ต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวทั้งทางร่างกายและจิตใจ ไม่เป็นโรคติดต่อหรือเป็นพาหะของโรคใด ๆ ที่จะเป็นอุปสรรคในการเข้าร่วมโครงการ เช่น โรคไวรัสตับอักเสบ ไทรอยด์ เบาหวาน เป็นต้น รวมทั้งเป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศอุปถัมภ์ ในกรณีที่มีข้อโต้แย้งต้องได้รับการพิจารณาตัดสินเด็ดขาดโดยแพทย์ที่มูลนิธิ มอบหมาย

7.มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมภาคสุดท้าย (GPA) ขณะสมัครเข้าร่วมโครงการและก่อนออกเดินทางไปยังประเทศอุปถัมภ์ไม่ต่ำกว่า 2.30

หลักฐานการสมัคร

1.ขอรับใบสมัครได้จากศูนย์ประสานงานการสอบเอเอฟเอส (เอเอฟเอสเขต/จังหวัด) ทุกแห่ง

2.รูปถ่ายหน้าตรง จำนวน 2 รูป สีหรือขาวดำ สวมชุดนักเรียนระดับชั้นปัจจุบัน ไม่สวมแว่นดำ ไม่สวมหมวก ขนาด 1 นิ้ว ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน (สำหรับติดใบสมัครและบัตรประจำตัวผู้สอบ)

3.ยื่นใบสมัครที่ติดรูปถ่ายและกรอกข้อความสมบูรณ์ พร้อมลายเซ็นผู้สมัครและผู้ปกครอง ณ ศูนย์ประสานงานเอเฟเอส (เอเอฟเอสเขต/จังหวัด) และโรงเรียนในสังกัด

4.ค่าสมัคร 200 บาท

ค่าใช้จ่ายสมทบ

- นักเรียนที่ได้รับการคัดเลือกร่วมโครงการ ณ ประเทศโบลิเวีย คอสตาริกา โดมินิกัน อียิปต์ อินเดีย มาเลเซีย ปานามา ปารากวัย เปรู ฟิลิปปินส์ ตุรกี เวเนซุเอลา และประเทศที่นอกเหนือจากที่ระบุในลำดับต่อ ๆ ไปต้องชำระเงินบริจาคสมทบทุนจำนวน 290,000 บาท

- นักเรียนที่ได้รับการคัดเลือกร่วมโครงการ ณ ประเทศอาร์เจนตินา เบลเยียม บราซิล ชิลี เช็ก ฮังการี ลัตเวีย เนเธอร์แลนด์ เม็กซิโก โปรตุเกส แอฟริกาใต้ ต้องชำระเงินบริจาคสมทบทุน 320,000 บาท

- นักเรียนที่ได้รับการคัดเลือกร่วมโครงการ ณ ประเทศออสเตรีย จีน เดนมาร์ก สเปน ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ รัสเซีย สวีเดน ต้องชำระเงินบริจาคสมทบทุน 350,000 บาท

- นักเรียนที่ได้รับการคัดเลือกร่วมโครงการ ณ ประเทศออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา  ต้องชำระเงินบริจาคสมทบทุนจำนวน 390,000 บาท

           หมายเหตุ :  ทุนการศึกษามูลนิธิเอเอฟเอสประเทศไทย เป็นทุนเต็มจำนวนเงินบริจาคสมทบทุนของแต่ละประเทศเพื่อสนับสนุนนักเรียนที่ เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ผู้มีสิทธิ์รับทุนคือผู้ที่บิดา มารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมาย มีรายได้รวมกันแล้วไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน และผู้ที่สมัครขอทุนนี้ไม่มีสิทธิ์เลือกประเทศ และต้องเข้าร่วมโครงการในประเทศอุปถัมภ์ที่มูลนิธิกำหนดให้เท่านั้น ทุนเต็มจำนวนสำหรับเยาวชนไทยมุสลิม ร่วมในโครงการ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างเยาวชนมุสลิมและชาวอเมริกัน
           สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ครูประสานงานเอเอฟเอสโรงเรียน (กลุ่มสาระวิชาภาษาต่างประเทศ งานแนะแนว และ/หรืองานประชาสัมพันธ์โรงเรียน) ฝ่ายพัฒนาอาสาสมัครและคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ สำนักงานมูลนิธิเอเอฟเอสประเทศไทย โทร.0-2980-1002-6 ต่อ 502-508 หรือ www.afsthailand.org

ต้องการดูทุนเรียนต่ออื่น